บ้านสวยด้วยดาวน์ไลท์ (Downlight) กับเคล็ดลับที่ดีไซน์เนอร์ไม่เคยบอกคุณ !

อัปเดตเมื่อ 28 ม.ค.

ปกติแล้วเวลาเราจะตกแต่งบ้าน เราคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องศึกษาเรื่องแสงและโคมไฟเพื่อการตกแต่งบ้านของเราให้สวยงาม และแน่นอนโคมไฟดาวน์ไลท์ (Downlight) มีส่วนสำคัญอย่างมากที่สร้างบรรยากาศในห้องต่างๆให้ดูมีมิติมากยิ่งขึ้น และเมื่อพูดถึงไฟ Downlight คุณนึกถึงอะไร ? หน้าตาเป็นอย่างไร? แล้วดาวน์ไลท์ที่ว่าใช้งานยังไงกัน? ดาวน์ไลท์มีส่วนสำคัญต่องานดีไซน์ของเหล่า Designer อย่างไรในการแต่งห้อง ที่นี่ เรามีคำตอบให้กับคุณ


ปัจจุบันสิ่งที่เหล่าดีไซน์เนอร์และมัณฑนากรทั่วโลกยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่าตัวแปลหลักที่จะทำให้บ้านสวยขึ้น ก็คือการเลือกใช้ "แสงไฟ" ที่เหมาะสม ซึ่งคนที่กำลังตกแต่งบ้านหลายๆคนอาจมองข้ามจุดนี้ไปอย่างสิ้นเชิง และในบางกรณีการใช้ไฟดาวน์ไลท์ที่เป็นสิ่งให้แสงสว่างหลักของบ้านเรานั้นอาจจะถูกรวมอยู่ในค่าแรงรับเหมาของผู้รับเหมาไปแล้ว หากเป็นเช่นนั้นสิ่งที่คุณจะได้อาจจะไม่ใช่ดาวน์ไลท์ตัวที่ให้แสงเหมาะสมเฉพาะตัวคุณและลำแสงที่ได้อาจจะไม่สวยอย่างที่คุณฝันไว้นั้นเอง หากคุณใส่ใจมันสักนิดรับรองจะทำให้บ้านคุณออกมา perfect ที่สุดและเพื่อนๆต้องต่างพากันชมบ้านคุณว่าสวยเมื่อมาเยี่ยมคุณอย่างแน่นอน

การเลือกใช้โคมไฟดาวน์ไลท์ (Downlight) ให้ถูกต้อง เป็นหนึ่งในตัวแปลหลักด้านการดีไซน์แสงไฟ เพราะดาวน์ไลท์คือโคมไฟหลักที่ทำหน้าที่ให้แสงสว่างโดยรอบภายในอาคารและห้องต่างๆในบ้าน และส่วนใหญ่จะเป็นแสงหลัก 80% ของบ้านและอาคารเลยก็ว่าได้ ฉะนั้นเราจึงต้องใส่ใจกับ 80% นี้ในการเลือกโคมไฟดาวน์ไลท์เช่นกัน เพื่อให้แน่ใจว่าบ้านจะออกมาได้ดีและสวยจริงๆ แสงไฟภายในบ้านจะสวยได้ หากมีการเลือกใช้โคมไฟดาวน์ไลท์ (Downlight) ที่ดี ไม่ว่าจะเป็น การดีไซน์แสงไฟ การเว้นระยะห่างระหว่างโคม การเช็คและคำนึงถึงความสูงของฝ้า จะมีผลทำให้แสงออกมาดูสวยหรือไม่สวยได้และยังกำหนดความสว่างว่าแสงที่ออกมานั้นพอสำหรับใช้งานกับบริบทต่างๆหรือไม่เช่นกัน ฉะนั้นวันนี้เราจะมาบอกเคล็ดลับและวิธีเลือกดาวน์ไลท์และทำแสงอย่างไรให้บ้านคุณออกมาสวยและตรงความชอบของคุณกัน

ดาวไลท์รุ่น HL66 ส่องสว่างห้องแต่งตัวได้อย่างพอดีและมีมิติจาก Light & shadow



ดาวน์ไลท์ (Downlight)คืออะไร?

โคมไฟดาวน์ไลท์ ( Down light ) คือ ไฟที่ติดบนฝ้าหรือเพดาน เป็นโคมไฟหลักที่ใช้สำหรับการให้ความสว่างภายในห้องนั้นเอง มีลักษณะการกระจายแสงจากฝ้าลงมาบนพื้นห้อง เป็นโคมไฟหลักที่ต้องมีด้วยกันทุกบ้าน ปัจจุบัน ไฟดาวน์ไลท์ ได้รับความสำคัญมากขึ้นในการดีไซน์ให้สอดรับกับดีไซน์ภายในห้องต่าง ๆ เพื่อช่วยเพิ่มแสงสว่างโดยรอบให้เรามองเห็น (Ambient Lighting) และทำแสงไฟเน้นเฉพาะจุด (Accent lighting) สำหรับการสร้างบรรยากาศให้ห้องดูมีมิติมากขึ้นจาก light and shadow และนี่คือหน้าที่หลักของการใช้ไฟดาวน์ไลท์นั้นเอง


หากต้องการคำแนะนำในการเลือกดาวน์ไลท์ หรือ ดีไซน์แสงไฟสำหรับบ้าน คุณสามารถ คลิ๊กด้านล่าง เพื่อติดต่อทีม lighting design ได้เลย




 

เคล็ดลับการเลือกใช้ไฟดาวน์ไลท์ที่ดีและเหมาะสมจาก interior designer ชั้นนำ

การเลือกใช้ ไฟดาวน์ไลท์ ให้เหมาะสมนั้นสำคัญอย่างมาก เพราะจะช่วยให้บรรยากาศห้องของเราดีขึ้น ดูมีมิติมากขึ้น มีแสงไฟที่สว่างเพียงพอสำหรับทุกบริบทที่เราต้องการในห้อง


1) รูปแบบ รูปลักษณ์และวัสดุของดาวน์ไลท์

จะมีส่วนสำคัญเช่นกันเพราะจะเติมเต็มองค์ประกอบของงานดีไซน์ได้ดียิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่นหากเรากำลังทำบ้านที่เป็นแนวโมเดิร์น เราก็ควรเลือกใช้ดาวน์ไลท์สี่เหลี่ยมสีขาวหรือดำที่มีความโมเดิร์น เช่นกัน หรือหากงานดีไซน์เราเป็นแนว modern luxury , modern classic การใช้โคมไฟดาวไลท์ชนิดกลมก็เข้าท่าเช่นกัน ถ้าต้องการ play safe คุณสามารถเลือกใช้โคมไฟดาวไลท์ทรงกลมก็จะเข้าได้กับทุกงาน แต่สำหรับแนวโมเดิร์นที่ต้องการไปให้สุดยิ่งขึ้นก็ควรใช้ทรงสี่เหลี่ยมแทน สำหรับสีนั้น หากใช้ดาวไลท์สีขาวก็จะกลมกลืนไปกับฝ้าขาวดูสวยงาม หากดีไซน์คุณต้องการให้ดาวไลท์เด่นบนฝ้าขาวก็สามารถใช้ดาวไลท์สีดำได้เช่นกัน แต่หากวัสดุปิดผิวเพดานของคุณเป็นสีไม้หรือสีดำแล้วหละก็ การใช้ดาวไลท์สีดำจะเหมาะกว่าอย่างมาก ไม่ควรใช้โคมสีขาวกับเพดานไม้โดยเด็ดขาด

พูดถึงเรื่องวัสดุ ถ้าเราต้องการงานที่มีความเนี๊ยบและดูหรู เราก็อาจจะเลือกวัสดุดาวไลท์ที่เป็น Aluminum Die-Cast และทำสีด้วยวิธีพ่นทรายแบบ powder coated ที่อบซึมติดเนื้อเพื่อให้ผิวสัมผัสดูสวยและกลืนกับฝ้ามากขึ้น ดูงานออกมาสวย perfect มากยิ่งขึ้นนั้นเอง ซึ่งวิธีการทำสีแบบนี้ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดของการทำสีโคมไฟดาวน์ไลท์อีกด้วย การทำสีแบบนี้จะเห็นได้ในงานบ้านสวยๆ มีมูลค่า และงานร้านต่างๆ ที่ต้องการความเนี๊ยบ และงานที่ดีไซน์เนอร์ หรือ มัณฑนากรชั้นนำเลือกใช้ ซึ่งโคมดาวน์ไลท์ (Downlight) วัสดุนี้จะอยู่ได้นานเป็น 20 ปี โดยไม่มีปัญหาเรื่องตัวโคมเลย จึงถือว่ามีความคุ้มค่ามากกับราคาที่จ่ายนั้นเอง

ตัวอย่างโคมไฟดาวไลท์รุ่น HL65 ที่ทำจาก Aluminum Die-cast สี powder coated black แบบปรับองศาได้




ต่อมาสี แบบสีแมทหรือสีด้าน (Matt color downlight) ก็เป็นตัวเลือกที่ดีรองลงมา ในแง่ความสวยงามอาจจะดูสวยงามไม่เท่า Powder coat หรือ Sand blast แต่สีแมทหรือด้าน (Matt) จะเป็นที่ยอมรับในวงการดีไซน์เนอร์ว่าสีสวยกว่าแบบสีมันเงาอย่างแน่นอน ข้อดีของสีแมทคือประหยัดงบมากกว่าและคืนทุนเร็วกว่า การทำสีแบบ powder coated ตัวนี้หากโปรเจกต์ที่เราทำนั้นต้องคำนึงถึงงบประมาณและการคืนทุนเป็นสำคัญ แต่ก็ยังอยากได้ความสวยงามของผิวโคมไฟสำหรับงานดีไซน์อยู่ตัวเลือกการใช้สีแมทนี้ก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกันซึ่งปัจจุบันโคมไฟดาวน์ไลท์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากอย่าง

แบรนด์ Lamp&Light ก็มีจำหน่ายแล้วที่นี่ คลิ๊กเพื่อดูได้เลย



ตัวอย่างโคมไฟดาวไลท์รุ่น HL52 สี Matt white ที่มีหลอดแอบเข้าไปในโคมไฟป้องกันแสงบาดตา




และสีชนิดสุดท้ายที่ถือว่าคุณภาพต่ำที่สุดแต่ราคาถูกที่สุด ดูไม่ค่อยสวยงามสักเท่าไหร่คือสีมันเงา ซึ่งคุณภาพจะไม่ได้ดีมากและมีโอกาสลอกสูงมากเมื่อใช้งานไปนานๆ แต่จะราคาถูกกว่า ซึ่งจริงๆแล้วระยะยาวจะไม่คุ้ม เราจึงไม่ค่อยแนะนำให้ใช้โคมไฟดาวไลท์ประเภทนี้ ซึ่งโคมไฟประเภทนี้ส่วนใหญ่เวลาเหมางานจะนำมาติดตั้งให้กับบ้านของคุณ ซึ่งทำให้บ้านดูสวยไม่สุดและแสงออกมาไม่สวยตามที่คุณคาดหวังไว้สักเท่าไหร่ ฉะนั้นเราอาจจะแนะนำให้คุณลองคุยกับผู้รับเหมาบ้านของคุณว่าขอเลือกตัวดาวน์ไลท์เอง หรือคุณจะจัดหาดาวน์ไลท์มาให้เค้าติดตั้งเองจะดีกว่า เพื่อที่คุณจะได้แสงที่เหมาะสมกับตัวคุณนั้นเอง


2) เทคนิคการเลือกชนิดสีของแสงไฟ

แสงที่ออกมาก็จะทำให้บรรยากาศและความรู้สึกของคนที่อยู่ในห้องแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เช่น แสงวอร์มไวท์ (warmwhite) ก็จะให้บรรยากาศที่อบอุ่น ผ่อนคลายกับเรา อาจจะเหมาะสำหรับพื้นที่ๆต้องการพักผ่อนเช่นห้องนอน หรือคาเฟ่แบบเน้นสบายๆ ร้านอาหารต่างๆ lobby โรงแรม แสงคูลไวท์ (Coolwhite) ก็จะเหมาะสำหรับการใช้อ่านหนังสือหรือพื้นที่ show สินค้าต่างๆ เช่น showroom ห้างสรรพสินค้า ห้องเรียน ซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ แสงเดย์ไลท์ ( Daylight) ก็จะสร้างความตื่นตัวมากขึ้นให้กับเรา เหมาะกับการทำงานที่ใช้สายตามากขึ้นนั้นเอง อย่างเช่นห้องเรียน , office ต่างๆที่ต้องใช้สายตา ไฟในโรงงานที่ต้องการความสว่าง ฉะนั้นการเลือกสีของแสงไฟที่ดีและเหมาะสมก็จะช่วยสร้างบรรยากาศแต่ละพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น



3) โคมดาวน์ไลท์ที่ดีควรจะเลือกแบบเปลี่ยนหลอดไฟได้ ไม่ใช่แบบเสียแล้วทิ้งทั้งโคม

แน่นอนการเปลี่ยนเฉพาะจุดที่เสียนั้นจะเป็นการประหยัดค่าบำรุงรักษาอย่างมากในระยะยาว ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นไปอีกคือสามารถเปลี่ยนหลอดไฟจากด้านหน้าโคมได้ เพื่อความง่ายในการเปลี่ยนหลอดไฟในอนาคตและป้องกันการดีดฝ้าแตกจากการแกะดาวน์ไลท์ออกมานั้นเอง (เพราะเปลี่ยนหลอดจากด้านหน้าโคมเราจึงไม่ต้องแกะดาวไลท์ออกมาจากฝ้า เราจึงสามารถทำเองได้ไม่ต้องพึ่งช่างมาเปลี่ยน) จึงประหยัดค่าซ่อมบำรุงในระยะยาวได้อีกต่างหาก และยังมีประโยชน์ถ้าเกิดกรณีที่ความต้องการแสงเปลี่ยนไป เช่น แสงสว่างมากไปหรือน้อยไปเรายังเปลี่ยนหลอดไฟเพิ่มหรือลดความสว่างได้ในอนาคตอีกด้วยโดยไม่ต้องเปลี่ยนทั้งโคมไฟใหม่ เพื่อให้ได้ความสว่างที่เหมาะสมกับเรานั้นเอง (เพราะคำว่าสว่างสำหรับ คุณ A อาจจะไม่เท่านิยามคำว่าสว่างของคุณ B ทุกคนต่างมีความชอบที่ต่างกัน ฉะนั้นจะดีกว่าหากเราเลือกโคมที่เปิด option ทางเลือกให้เราเปลี่ยนแปลงความสว่างในภายหลังได้ ให้เหมาะสมเฉพาะตัวเรานั้นเอง)

คลิ๊กที่นี่เพื่อดู แบบดาวน์ไลท์ที่สามารถเปลี่ยนหลอดได้เอง

Downlight รุ่น HL80 ชนิดสองหลอดในตัว เปลี่ยนหลอดจากด้านหน้าโคม สไตล์ modern



4) ชนิดของดาวน์ไลท์และการกระจายแสง

ก็มีส่วนสำคัญเพราะลำแสงที่ออกมาจากโคมไฟนั้นจะทำให้บรรยากาศห้องออกมาแตกต่างได้อย่างสิ้นเชิง เช่น โคมดาวน์ไลท์ที่ใช้หลอดบัพ (E27) การกระจายแสงของโคมจะกว้างกว่า 270 องศา ทำให้ห้องดูสว่างทั่วๆ จำนวนโคมดาวน์ไลท์ที่ใช้ภายในห้องก็อาจจะใช้น้อยลงกว่าชนิดโคมไฟสปอร์ตไลท์อย่าง โคม MR16 หรือ GU10 นั้นเอง เหมาะกับคนที่ต้องการแสงสว่างทั่วๆห้องเท่าๆกัน ในทางกลับกันโคมไฟประเภทแสงสปอร์ตอย่าง MR16 หรือ GU10 จะมีองศาการกระจายแสงที่แคบกว่า 26-38 องศา ซึ่งจะให้ความรู้สึกสว่างเป็นจุดๆและมีความมืดลงในบางจุด สร้าง light and shadow ได้อย่างสวยงาม สร้างมิติของห้องมากขึ้น อารมณ์เดียวกับโรงแรมหรูต่างๆที่มีความสว่างเป็นบางจุดและมืดๆในบางจุดนั้นเอง ฉะนั้นการเลือกชนิดของดาวน์ไลท์ (Downlight) ให้เหมาะสมกับงานดีไซน์จึงมีส่วนสำคัญในการสร้างมูดแอนด์โทน ( Mood & Tone) อย่างมากและทำให้งานดีไซน์ของเหล่ามัณฑนากร Interior Designer ออกมาสวยมากยิ่งขึ้น


ต่อมารูปร่างหน้าตาของดาวไลท์ก็มีส่วนทำให้แสงในห้องออกมาแตกต่างและยังทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกสบายได้มากขึ้นอีกด้วย เช่น โคมไฟถึงแม้จะเป็นแบบ MR16 เหมือนกัน แต่รูปแบบของรุ่น HL87 จาก Lamp & Light อาจจะมีตัวหลอดแอบลึกเข้าไปในโคมไฟ สิ่งที่ได้คือเราจะไม่โดนแสงจากหลอดไฟแทงตาเพราะหลอดที่หลบอยู่ในโคมสร้าง cut off angle ที่ดีจากโคมไฟทำให้เราไม่โดนแสงแลบเข้าตาเวลาอยู่ในบ้านและรู้สึกสบายตากว่า แต่ก็แลกมากับวงรัศมีแสงที่ตกถึงพื้นแคบกว่า และโดยรวมอาจจะดูมืดกว่าการใช้โคมไฟทีี่มีหลอดไฟอยู่หน้าโคมนั้นเอง


ตัวอย่างโคมไฟที่มีหลอดแอบอยู่ในโคมไฟท่มี anti-glare ในตัว


ส่วนโคมไฟที่มีหลอดไฟติดอยู่หน้าโคมเลยเช่น โคมไฟดาวไลท์ HL 75 จาก Lamp & Light ก็จะให้องศาแสงที่สูงกว่า แสงตกกระทบพื้นในรัศมีที่กว้างกว่า ทำให้ห้องโดยรวมดูสว่างกว่าหน่อย แต่แน่นอน หากฝ้าไม่สูงมากเราอาจจะเจออาการแสงจากหลอดไฟแลบเข้าตาได้ ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกไม่สบายเท่าที่ควร แต่หากฝ้าสูงเกิน 3m ส่วนใหญ่แล้วโคมไฟดาวไลท์ จาก Lamp & Light จะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องนี้จึงสบายใจได้ที่จะซื้อดาวไลท์ยี่ห้อนี้ได้ทุกรุ่นนั้นเอง และอีกข้อดีคือ หากระยะปูนเพดานกับฝ้ามีไม่มาก โคมที่มีหลอดไฟติดหน้าโคมจะใช้ระยะพื้นที่น้อยกว่าชนิดหลอดแอบในโคมและสามารถติดตั้งในพื้นที่แคบกว่าได้นั้นเอง



ตัวอย่างโคมไฟที่มีหลอดไฟอยู่หน้าโคม ให้ความสว่างวงกว้างขึ้น


แน่นอนว่าความชอบและสไตล์ของแต่ละคนนั้นต่างกันออกไป การดีไซน์แสงไฟจึงไม่มีคำว่าถูกหรือผิด แต่เราควรเลือกสิ่งที่เราชอบและเหมาะกับตัวเรามากที่สุดนั้นเอง ทาง Lamp&Light จึงสร้าง Lighting Experience Room เพื่อจำลองแสงไฟของโคมดาวไลท์แต่ละชนิดให้คุณได้ custom made แสงไฟในบ้านคุณและสัมผัสของจริง เห็นของจริงว่า feeling บ้านคุณจะออกมาแนวไหนก่อนที่คุณจะเลือกซื้อสินค้า เพื่อให้มั่นใจได้และเห็นกับตาว่าสิ่งที่คุณจะได้เป็นสิ่งเดียวกันกับที่คุณชอบนั้นเอง มาสัมผัส Lighting Experience Room ได้ที่ Lamp&Light คลิ๊กที่นี่เพื่อนำทาง


 

มาดูประเภทและวิธีการใช้งานของ ดาวน์ไลท์ กัน!!

ไฟดาวน์ไลท์มีการแบ่งประเภทได้หลายวิธี แต่ที่นิยมแบ่งออกมาทั่วไปมี 2 แบบการใช้งานหลักๆ คือ


1. ไฟดาวไลท์แบบฝังฝ้า (Recessed Downlight)

ไฟดาวน์ไลท์ประเภทนี้เป็นแบบที่นิยมใช้กันมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น บ้าน ตามอาคาร หรือโรงแรม โคมไฟคุณภาพสำหรับตกแต่งห้อง เป็นการติดตั้งแบบซ่อนตัวดาวน์ไลท์อยู่บนฝ้าเพดาน ซึ่งเราจะเห็นแค่หน้าโคมเท่านั้นเวลาติดตั้งเสร็จแล้ว ซึ่งจะขนานราบไปกับเพดาน เพื่อให้ดูกลมกลืนกับดีไซน์ของฝ้า ไฟดาวน์ไลท์ชนิดฝังฝ้า (Recessed Downlight) นี้จะติดตั้งได้ในที่ๆมีฝ้าหรือวัสดุที่สามารถเจาะฝังได้เท่านั้น ไม่เหมาะกับการติดบนเพดานปูนเปลือยเพราะจะเจาะปูนและเดินสายไฟได้ยากมากๆ สามารถใช้ได้กับทุกๆห้องเช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องทานข้าว โถงบันได ห้องรับแขก สำหรับบ้าน โรงแรม ออฟฟิศ ร้านอาหารและคาเฟ่

ซึ่งเราสามารถเลือกดูแบบไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้า ที่มีคุณภาพและสวยงาม จาก Lamp&Light by Prowork ได้แล้ว คลิ๊กที่นี่




2. ไฟดาวน์ไลท์แบบติดลอย (Surface Downlight)

ไฟดาวน์ไลท์ประเภทนี้ เป็นแบบที่ใช้งานได้ทั้งในบ้านหรือในอาคารที่ไม่มีโครงฝ้า เราสามารถมองเห็นตัวโคมได้อย่างชัดเจนหลังจากติดตั้งแล้ว ส่วนใหญ่แล้วจะมีลักษณะกลมเป็นกระบอก หรือ เป็นสี่เหลี่ยมเหมือนกล่องนั้นเอง เหมาะกับการติดตั้งบนเพดานปูนเปลือย หรือติดตั้งบนที่ๆการเจาะฝังโคมไฟเป็นเรื่องที่ยากและลำบาก

ซึ่งเราสามารถเลือกดูแบบ โคมไฟดาวน์ไลท์แบบติดลอย ที่มีคุณภาพและสวยงามจาก Lamp&Light by Prowork ได้แล้ว คลิ๊กที่นี่



สร้างแสงไฟง่ายๆ ให้เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ

อย่างที่แนะนำไปเบื้องต้นว่า 80% ของแสงไฟภายในบ้านอาจจะมาจากโคมไฟดาวน์ไลท์ทั้งสิ้น ฉะนั้นการให้ความสำคัญกับจุดนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก คุณควรเลือกโคมดาวน์ไลท์และแสงไฟที่คุณชอบและเหมาะกับตัวคุณเองโดยเฉพาะ ฉะนั้นเราจึงแนะนำให้คุณปรึกษา Lighting Design team ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องแสงไฟโดยเฉพาะ ตอบโจทย์ความต้องการและไขข้อสงสัยได้สะดวกและรวดเร็วในการเลือกโคมไฟดาวน์ไลท์ที่ใช่สำหรับคุณ

Lamp & Light by prowork ที่นี่มีบริการดีไซน์และคำนวณแสงไฟ พร้อมเช็คแสงไฟให้ได้ ฟรี (จากปกติมูลค่า 10,000 บาท)

คลิ๊กด้านล่างได้เลย เพื่อให้เราออกแบบแสงให้คุณ ฟรี !


แวะมาสัมผัสความรู้สึกและเห็นของจริงกับตาที่ Lamp&Light Lighting Experience Room ให้คุณได้เห็น mood and tone จริงๆ ว่าโคมไฟดาวไลท์แต่ละชนิดให้ความรู้สึกอย่างไรในห้องของคุณ แล้วค่อยเลือกในสิ่งที่ตัวเองชอบได้แล้วที่ Lamp&Light by Prowork



#Homedeco #decorative #design #Interior #โคมไฟแต่งบ้าน #Lampandlight #Lighting #furniture #idea

#Lamp #โคมไฟ #ดาวไลท์ #โคมไฟดาวไลท์ #โคมไฟเพดาน #โคมไฟสวย #โคมไฟหรู #Downlight #Generallighting #chandelier #โคมไฟแชนเดอร์เรีย #โคมไฟโมเดิร์น #modernlamp #luxury #โคมไฟดาวไลท์ #downlight #โคมไฟสั่งผลิต #custommadelamp







0 ความคิดเห็น